~ทำความเข้าใจว่าทำไมการตรวจนับสินค้าคงคลังจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ตั้งแต่การมองเห็นสถานะสินค้าคงคลัง การปิดบัญชี ไปจนถึงการคำนวณกำไรอย่างถูกต้อง และการประเมินมูลค่าสินค้าคงคลังอย่างโปร่งใส~
ทำไมการตรวจนับสินค้าคงคลังจึงจำเป็น?
ความสามารถในการมองเห็นสถานะสินค้าคงคลังอย่างถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีกให้ประสบความสำเร็จ
ในอุตสาหกรรมค้าปลีก การตรวจนับสินค้าคงคลังเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ช่วยให้การบริหารจัดการร้านค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไป การตรวจนับสินค้าคงคลังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ สินค้าคงคลังตามบัญชี ซึ่งหมายถึงข้อมูลสินค้าคงคลังที่บันทึกไว้ในระบบบัญชีหรือระบบบริหารสินค้าคงคลัง และการตรวจนับสินค้าคงคลังจริง ซึ่งเป็นการนับจำนวนสินค้าจริงในร้าน พื้นที่จัดเก็บสินค้า หรือคลังสินค้า
สินค้าคงคลังที่แสดงอยู่ในบันทึกอาจไม่ตรงกับสินค้าคงคลังจริง ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเสมอไป ดังนั้น เพื่อระบุความคลาดเคลื่อนดังกล่าว ธุรกิจค้าปลีกจึงจำเป็นต้องดำเนินการตรวจนับสินค้าคงคลังจริง
การตรวจนับสินค้าคงคลังไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ “นับให้ถูกต้อง” เท่านั้น แต่ยังต้องให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้ ความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากตัวเลขสินค้าคงคลังไม่ควรถูกกระทบจากการทุจริต อคติ หรือการปรับเปลี่ยนข้อมูลภายในองค์กรด้วยเจตนาที่ไม่เหมาะสม หนึ่งในเหตุผลที่หลายบริษัทเลือกใช้บริการตรวจนับสินค้าคงคลังจากบุคคลภายนอก คือผู้ให้บริการอิสระสามารถดำเนินการตรวจสอบสินค้าคงคลังได้อย่างเป็นธรรม เป็นกลาง และมีความเป็นวัตถุวิสัย
สำหรับธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ซึ่งรูปแบบค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าเฉพาะทาง และศูนย์การค้า ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดที่ได้รับอิทธิพลจากการท่องเที่ยว วันหยุดนักขัตฤกษ์ แคมเปญตามฤดูกาล โปรโมชั่นช่วงปลายปี และอีเวนต์ช้อปปิ้งสำคัญต่าง ๆ การตรวจนับสินค้าคงคลังอย่างสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์ของการตรวจนับสินค้าคงคลัง ①: การปิดบัญชีและการคำนวณกำไร
หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการตรวจนับสินค้าคงคลังคือ การกำหนดมูลค่าสินค้าคงคลังที่จำเป็นต่อการปิดบัญชี หากไม่ทราบว่าบริษัทมีสินค้าคงเหลืออยู่เท่าใด ณ สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะคำนวณกำไรได้อย่างถูกต้อง
ธุรกิจค้าปลีกซื้อสินค้าเข้ามาและสร้างกำไรจากการขายสินค้าเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ซื้อเข้ามาทั้งหมดไม่ได้จำเป็นต้องขายหมดภายในรอบระยะเวลานั้นเสมอไป การตรวจสอบสินค้าคงเหลือและกำหนดมูลค่าของสินค้าดังกล่าว จะช่วยให้ธุรกิจสามารถคำนวณต้นทุนสินค้าที่ขายและกำไรขั้นต้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
เมื่อสามารถคำนวณกำไรได้อย่างถูกต้อง ตัวเลขดังกล่าวจะกลายเป็นพื้นฐานสำหรับการคำนวณภาษี การจัดทำรายงานเพื่อการบริหาร และการตัดสินใจทางธุรกิจในอนาคต ด้วยเหตุนี้ การตรวจนับสินค้าคงคลัง ณ ช่วงปิดบัญชีจึงถือเป็นกระบวนการพื้นฐานทางธุรกิจในหลายประเทศและภูมิภาค
วิธีการประเมินมูลค่าสินค้าคงคลังมีอยู่หลายวิธี เช่น วิธีราคาขายปลีก วิธีระบุเฉพาะเจาะจง วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ย และวิธีเข้าก่อนออกก่อน เนื่องจากแต่ละวิธีอาจทำให้ได้ตัวเลขที่แตกต่างกัน บริษัทจึงควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าสินค้าคงคลังโดยไม่มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ การประเมินมูลค่าสินค้าคงคลังตามหลักเกณฑ์ที่สม่ำเสมอจะช่วยเสริมความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการบริหารธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการตรวจนับสินค้าคงคลังของเราได้ที่หน้าด้านล่างนี้
👉 การตรวจนับสินค้าคงคลัง – AJIS Thailand

บรรณาธิการ: AJIS Group
AJIS Group เป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกที่นำโดย AJIS Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านการตรวจนับสินค้าคงคลังและบริการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกในประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
ด้วยประสบการณ์การให้บริการแก่บริษัทมากกว่า 3,000 แห่ง และการสนับสนุนร้านค้าสะสมรวมมากกว่าหนึ่งล้านร้านต่อปี AJIS Group มีส่วนช่วยในการแก้ไขความท้าทายที่หลากหลายในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการกระจายสินค้า บริการของกลุ่มบริษัทครอบคลุมถึงการตรวจนับสินค้าคงคลัง การสนับสนุนการดำเนินงานร้านค้า การปรับปรุงพื้นที่ขาย และการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ด้วยการให้บริการเชิงปฏิบัติที่ปรับให้เหมาะสมกับลักษณะตลาดของแต่ละประเทศและภูมิภาค AJIS Group มีส่วนช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของร้านค้า และเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่ขาย

