การวิจัยภายในร้านค้า (In-Store Research) คืออะไร? วัตถุประสงค์ ประโยชน์ และปัจจัยความสำเร็จสำหรับธุรกิจค้าปลีก – ตอนที่ 1 

การวิจัยภายในร้านค้า (In-Store Research) คืออะไร? วัตถุประสงค์ ประโยชน์ และปัจจัยความสำเร็จสำหรับธุรกิจค้าปลีก – ตอนที่ 1 

~เรียนรู้ว่าการวิจัยภายในร้านค้าช่วยให้ผู้ค้าปลีกในประเทศไทยสามารถปรับปรุงโปรโมชั่น การจัดวางสินค้า และประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างไร พร้อมค้นพบประโยชน์ วัตถุประสงค์ และวิธีการที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ~ 

การวิจัยภายในร้านค้า (In-store research) คือวิธีการศึกษาที่ใช้การสังเกตและวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นจริงภายในร้านค้าปลีก เช่น ร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านวัสดุก่อสร้าง และร้านฮาร์ดแวร์ โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดวางสินค้า การจัดชั้นวาง สื่อส่งเสริมการขาย พฤติกรรมลูกค้า สถานะของสินค้า และกิจกรรมของคู่แข่ง 

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ร้านค้าจริงยังคงเป็นสถานที่สำคัญที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจซื้อสินค้า ข้อมูล POS สามารถบอกได้ว่า “ขายอะไรได้” แต่ไม่สามารถอธิบายได้ครบถ้วนว่า “ทำไมลูกค้าถึงซื้อหรือไม่ซื้อ” การวิจัยภายในร้านค้าช่วยให้ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตเข้าใจสถานการณ์จริง ณ จุดขาย เช่น เส้นทางการเดินของลูกค้า จุดที่ลูกค้าลังเล สิ่งที่ดึงดูดความสนใจ และการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายเป็นไปตามแผนหรือไม่ 

สำหรับธุรกิจในตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูง เช่น ประเทศไทย การวิจัยภายในร้านค้า การตรวจสอบร้านค้า (Retail Audit) และการทำ Mystery Shopping เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงการจัดวางสินค้า การบริการลูกค้า และประสิทธิภาพด้านยอดขาย 

วัตถุประสงค์หลักของการวิจัยภายในร้านค้า 

วัตถุประสงค์หลักของการวิจัยภายในร้านค้าคือการค้นหาปัญหาในระดับหน้าร้าน และแปลงผลลัพธ์เหล่านั้นให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มยอดขาย อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทสามารถประเมินได้ว่านโยบายหรือกลยุทธ์จากสำนักงานใหญ่ถูกนำไปปฏิบัติในแต่ละสาขาอย่างถูกต้องหรือไม่ 

1. การวัดประสิทธิภาพของกิจกรรมส่งเสริมการขาย 

การวิจัยภายในร้านค้าช่วยตรวจสอบว่าแคมเปญต่าง ๆ สื่อ ณ จุดขาย (POP) การจัดแสดงสินค้าแบบ End-cap และสื่อส่งเสริมการขายอื่น ๆ สามารถมองเห็นได้จริงและส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าหรือไม่ 

แม้แคมเปญจะออกแบบมาอย่างดี แต่หากติดตั้งผิดตำแหน่ง ไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็อาจไม่เกิดผลลัพธ์ 

2. การปรับปรุงการจัดวางสินค้าและชั้นวาง 

การจัดวางสินค้าบนชั้นมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การวิจัยช่วยตรวจสอบว่าสินค้าถูกจัดวางตามแผน (Planogram) หรือไม่ และสินค้าหลักอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย เช่น “Golden Zone” หรือไม่ 

นอกจากนี้ยังสามารถระบุปัญหา เช่น การมองเห็นสินค้าไม่ชัด การจัดหมวดหมู่ที่สับสน พื้นที่วางสินค้าไม่เพียงพอ หรือสินค้าขาดสต็อก 

3. การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง 

การสำรวจร้านค้าคู่แข่งเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ โดยเปรียบเทียบราคา สินค้า การเปิดตัวสินค้าใหม่ กิจกรรมส่งเสริมการขาย การบริการ และสภาพร้านโดยรวม 

ข้อมูลนี้ช่วยให้บริษัทเข้าใจตำแหน่งการแข่งขันของตนเองและวางกลยุทธ์เพื่อรักษาหรือเพิ่มความได้เปรียบ 

พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น แม้ช่องทางออนไลน์จะเติบโต แต่การตัดสินใจซื้อจำนวนมากยังคงเกิดขึ้นภายในร้านจริง 

ดังนั้น สำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ผลิต การพึ่งพาแผนจากสำนักงานใหญ่หรือข้อมูลยอดขายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องตรวจสอบว่าการดำเนินงานในแต่ละสาขามีความถูกต้อง สม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพหรือไม่ 

หากเกิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์กับการปฏิบัติจริง อาจทำให้สูญเสียโอกาสทางการขาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ และทำให้ประสบการณ์ลูกค้าไม่สม่ำเสมอ 

การสำรวจร้านค้าภายในองค์กร
ใช้ตรวจสอบว่าร้านค้าของบริษัทดำเนินงานตามแผนจากสำนักงานใหญ่หรือไม่ ช่วยรักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอในทุกสาขา

การตรวจสอบการจัดวางสินค้าและสินค้าขาดสต็อก
ตรวจสอบว่าสินค้าถูกจัดวางอย่างถูกต้องและมีสินค้าเพียงพอบนชั้นวางหรือไม่

การตรวจสอบสื่อส่งเสริมการขาย
ตรวจสอบว่า POP โปสเตอร์ และอุปกรณ์แคมเปญต่าง ๆ ถูกติดตั้งและใช้งานอย่างถูกต้องหรือไม่

การสำรวจร้านค้าคู่แข่ง
เก็บข้อมูลราคา สินค้า และกิจกรรมของคู่แข่ง เพื่อใช้วิเคราะห์ตลาด

Mystery Shopping
เป็นการประเมินประสบการณ์ลูกค้าผ่านผู้ประเมินที่แอบแฝงเป็นลูกค้าจริง โดยตรวจสอบการบริการ ความรู้สินค้า ความสะอาด และความพึงพอใจโดยรวม

AJIS Group ให้บริการด้านการวิจัยอย่างครบวงจร
เราให้บริการที่ช่วยยกระดับการบริการลูกค้าและเพิ่มผลกำไร เช่น
Mystery Shopping และ การตรวจสอบหน้าร้าน (Audit) เพื่อประเมินกิจกรรมส่งเสริมการขายและการจัดวางสินค้าอย่างเป็นกลาง

นอกจากนี้ เรายังมีบริการดูแลหน้าร้าน (Merchandising) เช่น การเติมสินค้า จัดเรียงสินค้า และติดตั้งสื่อ POP 

ผู้เรียบเรียง: AJIS Group (AJIS Co., Ltd.)
AJIS Co., Ltd. เป็นหนึ่งในผู้นำด้านบริการตรวจนับสินค้า (Stocktaking) และการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกในประเทศญี่ปุ่น โดยมีเครือข่าย 83 แห่งภายในประเทศญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์อันยาวนานจากการให้บริการลูกค้ามากกว่า 3,000 บริษัท องค์กรได้สร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและเชื่อถือได้ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนอย่างครบวงจรด้านการดำเนินงานหน้าร้านและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
นอกจากนี้ AJIS Group ยังได้ขยายธุรกิจไปสู่ระดับนานาชาติ โดยมีการดำเนินงานในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ผ่านการดำเนินงานดังกล่าว กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นในการช่วยแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมค้าปลีกและการกระจายสินค้าในแต่ละตลาดอย่างต่อเนื่อง