[Insight]การตรวจนับสินค้าคงคลังช่วยเพิ่มความถูกต้องของสินค้าคงคลังและยกระดับการดำเนินงานร้านค้าได้อย่างไร – Part2

[Insight]การตรวจนับสินค้าคงคลังช่วยเพิ่มความถูกต้องของสินค้าคงคลังและยกระดับการดำเนินงานร้านค้าได้อย่างไร – Part2

~ทำความเข้าใจว่าการตรวจนับสินค้าคงคลังจริงช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยรักษาระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม ตรวจพบการสูญเสียของสินค้าคงคลังและสินค้าคงคลังเกินบัญชี รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับการบริหารร้านค้าในแต่ละวันได้อย่างไร~

อีกหนึ่งวัตถุประสงค์สำคัญของการตรวจนับสินค้าคงคลังคือ การยกระดับการบริหารสินค้าและการบริหารสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าใจจำนวนสินค้าคงคลังจริงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการดำเนินงานร้านค้าในแต่ละวัน
หากระดับสินค้าคงคลังต่ำเกินไป อาจเกิดปัญหาสินค้าขาดสต็อก ส่งผลให้สูญเสียโอกาสในการขาย ในทางกลับกัน หากมีสินค้าคงคลังมากเกินไป สินค้าอาจล้าสมัย จำเป็นต้องลดราคา หรือถูกตัดจำหน่าย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไร
การรักษาระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ธุรกิจค้าปลีกจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น แนวโน้มยอดขาย ความถี่ในการสั่งซื้อ ระยะเวลานำส่งสินค้า พื้นที่ชั้นวางสินค้า กิจกรรมส่งเสริมการขาย และความต้องการตามฤดูกาล
ในประเทศไทย ธุรกิจค้าปลีกที่ดำเนินงานในรูปแบบค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าเฉพาะทาง และศูนย์การค้า ยังจำเป็นต้องรับมือกับความผันผวนของอุปสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว วันหยุดนักขัตฤกษ์ แคมเปญตามฤดูกาล โปรโมชั่นช่วงปลายปี และอีเวนต์ช้อปปิ้งสำคัญต่าง ๆ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกจำนวนมากได้นำระบบสั่งซื้ออัตโนมัติมาใช้มากขึ้น ระบบเหล่านี้จะคำนวณปริมาณการสั่งซื้อโดยอ้างอิงจากระดับสินค้าคงคลังปัจจุบันและการคาดการณ์ยอดขาย อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลสินค้าคงคลังในระบบไม่ตรงกับสินค้าจริงที่มีอยู่ ระบบก็ไม่สามารถสั่งซื้อได้อย่างแม่นยำ
เพื่อให้การใช้ระบบอัตโนมัติมีประสิทธิภาพ ธุรกิจค้าปลีกจำเป็นต้องทำให้มั่นใจก่อนว่าข้อมูลสินค้าคงคลังมีความถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ การตรวจนับสินค้าคงคลังจริงจึงยังคงมีความจำเป็น แม้ในร้านค้าที่ใช้ระบบการบริหารสินค้าคงคลังแบบดิจิทัลก็ตาม

การตรวจนับสินค้าคงคลังยังมีความสำคัญต่อการระบุการสูญเสียของสินค้าคงคลัง หรือ shrinkage ซึ่งเกิดจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากการขายหรือการตัดจำหน่ายที่มีการบันทึกไว้ โดยการเปรียบเทียบสินค้าคงคลังตามบัญชีกับสินค้าคงคลังจริง ธุรกิจค้าปลีกสามารถตรวจพบสินค้าที่สูญหายไปจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การขายหรือการตัดจำหน่าย
การสูญเสียของสินค้าคงคลังอาจเกิดจากความผิดพลาดด้านงานธุรการ เช่น ความผิดพลาดในการรับสินค้า ความผิดพลาดในกระบวนการขาย การทุจริตหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพนักงาน รวมถึงการโจรกรรมจากภายนอก เช่น การลักขโมยสินค้าในร้าน ความสูญเสียเหล่านี้ไม่ได้ถูกพบเห็นทันทีเสมอไปเมื่อเกิดขึ้น ในหลายกรณี ความสูญเสียจะปรากฏให้เห็นก็ต่อเมื่อมีการตรวจนับสินค้าคงคลัง
นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ “สินค้าคงคลังเกินบัญชี” ซึ่งหมายถึงกรณีที่สินค้าคงคลังจริงมีจำนวนมากกว่าสินค้าคงคลังที่บันทึกไว้ในระบบ เมื่อมองเผิน ๆ อาจดูเหมือนว่าทำให้กำไรเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริง อาจสะท้อนถึงความผิดพลาดในบันทึกสินค้าคงคลัง การดำเนินงานร้านค้า หรือกระบวนการตรวจนับสินค้าคงคลังเอง
การตรวจนับสินค้าคงคลังอย่างถูกต้องช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกสามารถระบุได้ทั้งการสูญเสียของสินค้าคงคลังและสินค้าคงคลังเกินบัญชี ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถทบทวนประเด็นปัญหาในการดำเนินงาน และยกระดับคุณภาพของการบริหารร้านค้าได้

การตรวจนับสินค้าคงคลังมีความสำคัญมากกว่าการนับจำนวนสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสนับสนุนหลายด้านของการบริหารธุรกิจค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันกำไรเพื่อการปิดบัญชี การรักษาระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม การระบุการสูญเสียของสินค้าคงคลัง และการป้องกันการทุจริต
ผ่านการตรวจนับสินค้าคงคลังจริงอย่างถูกต้อง บริษัทสามารถได้รับข้อมูลสินค้าคงคลังที่น่าเชื่อถือ ข้อมูลดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการบริหารสินค้าในแต่ละวัน การสั่งซื้อที่แม่นยำยิ่งขึ้น การปรับปรุงการดำเนินงานร้านค้า และการควบคุมกำไรให้ดีขึ้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การตรวจนับสินค้าคงคลังสามารถมองได้ว่าเป็น “รายงานผลการดำเนินงาน” ที่สะท้อนระดับการบริหารสินค้าคงคลังภายในร้านค้า
สำหรับธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ซึ่งประสิทธิภาพการดำเนินงานและความถูกต้องของสินค้าคงคลังเป็นประเด็นสำคัญในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าเฉพาะทาง ศูนย์การค้า และรูปแบบค้าปลีกอื่น ๆ การยกระดับความถูกต้องของการตรวจนับสินค้าคงคลังสามารถมีส่วนช่วยโดยตรงต่อการเสริมสร้างผลการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หลายบริษัทดำเนินการตรวจนับสินค้าคงคลังภายในองค์กรเอง แต่ต้องเผชิญกับความท้าทาย เช่น ภาระงานที่มาก ความแม่นยำในการนับที่ไม่สม่ำเสมอ และผลกระทบต่อการดำเนินงานตามปกติ การใช้แบบฟอร์มตรวจนับสินค้าคงคลังหรือเทมเพลตสำหรับการตรวจนับสามารถช่วยให้กระบวนการเป็นมาตรฐานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทที่ต้องการแนวทางที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้บริการจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจนับสินค้าคงคลังอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิผล
AJIS สนับสนุนธุรกิจค้าปลีกในฐานะผู้ให้บริการตรวจนับสินค้าคงคลังระดับมืออาชีพ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการนับสินค้าไปจนถึงการส่งมอบข้อมูล ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลายและองค์ความรู้เฉพาะทาง AJIS มีส่วนช่วยยกระดับประสิทธิภาพของร้านค้าและความถูกต้องของการบริหารสินค้าคงคลัง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการตรวจนับสินค้าคงคลังของเรา โปรดดูรายละเอียดที่หน้าด้านล่าง

👉 การตรวจนับสินค้าคงคลัง – AJIS Thailand

Read previous article: Column 1  ทำไมการตรวจนับสินค้าคงคลังจึงจำเป็นสำหรับธุรกิจค้าปลีก?

บรรณาธิการ: AJIS Group

AJIS Group เป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกที่นำโดย AJIS Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านการตรวจนับสินค้าคงคลังและบริการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกในประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
ด้วยประสบการณ์การให้บริการแก่บริษัทมากกว่า 3,000 แห่ง และการสนับสนุนร้านค้าสะสมรวมมากกว่าหนึ่งล้านร้านต่อปี AJIS Group มีส่วนช่วยในการแก้ไขความท้าทายที่หลากหลายในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการกระจายสินค้า บริการของกลุ่มบริษัทครอบคลุมถึงการตรวจนับสินค้าคงคลัง การสนับสนุนการดำเนินงานร้านค้า การปรับปรุงพื้นที่ขาย และการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ด้วยการให้บริการเชิงปฏิบัติที่ปรับให้เหมาะสมกับลักษณะตลาดของแต่ละประเทศและภูมิภาค AJIS Group มีส่วนช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของร้านค้า และเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่ขาย