แนวทางการใช้Merchandisingเพื่อบริหารเส้นทางการเดินของลูกค้าและเพิ่มการมองเห็นสินค้า
ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศไทยจำนวนมากต้องการส่งเสริมให้ลูกค้าเดินไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ภายในร้านและพิจารณาสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น การจัดวางสินค้าเชิงกลยุทธ์สามารถช่วยบริหารเส้นทางการเดินของลูกค้า ดึงดูดให้ลูกค้าเดินลึกเข้าไปภายในร้าน และเพิ่มการมองเห็นสินค้า
การจัดวางสินค้าเชิงกลยุทธ์หมายถึงการนำสินค้าและ์การจัดแสดง (Display) ส่งเสริมการขายไปจัดวางในตำแหน่งที่คัดเลือกอย่างรอบคอบ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าและกระตุ้นให้ลูกค้าสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ภายในร้าน
เมื่อมีการวางแผนและดูแลอย่างเหมาะสม แนวทางด้านMerchandising สำหรับธุรกิจค้าปลีกนี้สามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้า ทำให้การเลือกซื้อสินค้าสะดวกยิ่งขึ้น สนับสนุนการค้นพบสินค้า และสร้างโอกาสสำหรับการซื้อสินค้าที่ใช้ร่วมกันหรือการซื้อสินค้าที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า
การจัดวางสินค้าเชิงกลยุทธ์ 4 รูปแบบ
โดยทั่วไป การจัดวางสินค้าเชิงกลยุทธ์สามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบตามตำแหน่งและบทบาทของแต่ละการจัดแสดง (Display)ภายในร้าน

1. การจัดวางตามเส้นทางหลักภายในร้าน
รูปแบบแรกคือการจัดวางสินค้าตามทางเดินหลักหรือพื้นที่อื่น ๆ ที่คาดว่าจะมีลูกค้าจำนวนมากเดินผ่าน พื้นที่เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นจุดสำคัญในการสร้างการสัญจรภายในร้าน และสามารถช่วยดึงดูดให้ลูกค้าเดินลึกเข้าไปยังด้านในของร้าน
โดยทั่วไป พื้นที่ดังกล่าวเหมาะสำหรับหมวดสินค้าที่เป็นจุดหมายหลักของลูกค้า สินค้าที่ซื้อเป็นประจำ หรือสินค้าที่เป็นเหตุผลสำคัญในการมาเยือนร้าน ตัวอย่างเช่น ในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือไฮเปอร์มาร์เก็ต แผนกผักและผลไม้สดอาจทำหน้าที่ดังกล่าว ส่วนในร้านขายยาหรือร้านเพื่อสุขภาพและความงาม แผนกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพหรือแผนกเภสัชภัณฑ์อาจมีบทบาทในลักษณะเดียวกัน
การจัดวางหมวดสินค้าที่เป็นจุดหมายหลักอย่างรอบคอบสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศไทยสร้างผังร้านที่ชัดเจนและบริหารเส้นทางการเดินของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. การจัดวางบริเวณจุดเปลี่ยนทิศทางที่สำคัญ
รูปแบบที่สองมักเป็นการจัดวางบริเวณปลายทางเดิน จุดเปลี่ยนทิศทาง หรือจุดสำคัญอื่น ๆ ภายในผังร้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า กระตุ้นให้หยุดดูสินค้า และนำลูกค้าไปยังพื้นที่ขายอื่น ๆ ภายในร้าน
สินค้าส่งเสริมการขาย สินค้าตามฤดูกาล สินค้าใหม่ และสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมเหมาะสำหรับการจัดวางในตำแหน่งเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น สินค้าสำหรับการเดินทางในช่วงที่ความต้องการจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สินค้าสำหรับเทศกาล สินค้าส่งเสริมการขายในช่วงสงกรานต์ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมช้อปปิ้งสำคัญ
การปรับเปลี่ยน์การจัดแสดง(Display)ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและปฏิทินกิจกรรมทางการค้าปลีกสามารถช่วยรักษาความสนใจของลูกค้า และส่งเสริมให้ลูกค้าสำรวจพื้นที่ภายในร้านได้กว้างขึ้น
3. การจัดวางในพื้นที่ส่งเสริมการขายที่มองเห็นได้ชัดเจน
รูปแบบที่สามครอบคลุมถึงบริเวณหัวชั้นวางสินค้า พื้นที่ส่งเสริมการขาย และพื้นที่เฉพาะสำหรับแคมเปญที่มีทัศนวิสัยสูง พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพด้านการส่งเสริมการขาย เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าและสร้างโอกาสในการซื้อสินค้าที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า
สินค้าที่เหมาะสมอาจรวมถึงสินค้าเปิดตัวใหม่ สินค้ารุ่นจำกัด สินค้าตามฤดูกาล สินค้าในแคมเปญ หรือสินค้าที่กำลังได้รับความสนใจทางออนไลน์หรือบนโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มที่เพิ่งเปิดตัวหรืออาหารบรรจุหีบห่อที่ได้รับความนิยมอาจนำมาจัดแสดงที่หัวชั้นวาง เพื่อเพิ่มการมองเห็นและสนับสนุนการค้นพบสินค้า
เนื่องจากตำแหน่งเหล่านี้มองเห็นได้ชัดเจน จึงควรตรวจสอบความพร้อมของสินค้า ความถูกต้องของการจัดแสดง ข้อมูลราคา และสื่อส่งเสริมการขายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลพื้นที่ขายอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรักษาคุณภาพของการจัดแสดง(Display)ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ
4. การจัดวางภายในทางเดินสินค้าปกติ
รูปแบบที่สี่คือการจัดวางภายในทางเดินชั้นวางสินค้าปกติ ซึ่งเป็นบริเวณที่ลูกค้าเปรียบเทียบสินค้าและพิจารณาตัวเลือกต่าง ๆ มีบทบาทในการทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องโดดเด่น และสร้างโอกาสสำหรับการซื้อสินค้าเพิ่มเติมหรือสินค้าที่ใช้ร่วมกัน
ผู้ประกอบการค้าปลีกอาจใช้พื้นที่เหล่านี้เพื่อนำเสนอสินค้าขายดี สินค้าหลัก แบรนด์ชั้นนำ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น สามารถจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมยอดนิยมให้โดดเด่นภายในทางเดินแชมพู และจัดวางแชมพูกับผลิตภัณฑ์ทรีตเมนต์ร่วมกันเป็นชุดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ครบถ้วน
การผสมผสานการจัดวางสินค้าเชิงกลยุทธ์ทั้ง 4 รูปแบบสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศไทยบริหารเส้นทางการเดินของลูกค้า ดึงดูดให้ลูกค้าเดินลึกเข้าไปภายในร้าน เพิ่มการมองเห็นสินค้าในหมวดต่าง ๆ และสร้างโอกาสในการค้นพบสินค้าและการซื้อสินค้าที่ใช้ร่วมกัน
※เนื้อหาจะต่อในตอนที่ 2 ของซีรีส์ทั้งหมด 3 ตอน.
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการMerchandising ของเรา โปรดดูที่หน้าด้านล่าง
👉 กระบวนการจัดการสินค้า – AJIS Thailand

บรรณาธิการ: AJIS Group
AJIS Group เป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกที่นำโดย AJIS Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านการตรวจนับสินค้าคงคลังและบริการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกในประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
ด้วยประสบการณ์การให้บริการแก่บริษัทมากกว่า 3,000 แห่ง และการสนับสนุนร้านค้าสะสมรวมมากกว่าหนึ่งล้านร้านต่อปี AJIS Group มีส่วนช่วยในการแก้ไขความท้าทายที่หลากหลายในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการกระจายสินค้า บริการของกลุ่มบริษัทครอบคลุมถึงการตรวจนับสินค้าคงคลัง การสนับสนุนการดำเนินงานร้านค้า การปรับปรุงพื้นที่ขาย และการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ด้วยการให้บริการเชิงปฏิบัติที่ปรับให้เหมาะสมกับลักษณะตลาดของแต่ละประเทศและภูมิภาค AJIS Group มีส่วนช่วยในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของร้านค้า และเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่ขาย

